วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แบบฝึกห้ดบทที่ 2


แบบฝึกหัดบทที่2
1. จากส่วนประกอบทั้ง 7 ส่วนของระบบสารสนเทศ ส่วนใดที่ถือเป็นแหล่งจัดเก็บข้อมูลของระบบสารสนเทศ
               ตอบ  ส่วนการจัดการฐานข้อมูล ซึ่งเป็นหน่วยเก็บข้อมูลทางกายภาพสำหรับข้อมูลที่อาจมีความเกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับการเงิน ซึ่งอาจจะถูกจัดเก็บภายในตู้เอกสารหรือในแผ่นจานแม่เหล็ก ก็ได้ ส่วนข้อมูลที่จัดเก็บในฐานข้อมูล จะประกอบด้วยหน่วยเก็บข้อมูลที่เรียงลำดับจากหน่วยที่เล็กที่สุดไปหาหน่วยที่ใหญ่ที่สุด คือ ลักษณะประจำ ระเบียน และแฟ้มข้อมูล

2. ในส่วนผลป้อนกลับของระบบสารสนเทศ ก่อให้เกิดประโยชน์ในอนาคตของการจัดการระบบสารสนเทศอย่างไร
                ตอบ ผลป้อนกลับ (Feedback) จะอยู่รูปของรายงานที่เป็นผลลัพธ์ ซึ่งจะถูกส่งกลับไปยังระบบของต้นทางข้อมูลทั้งภายในและภายนอก ช่วยปรับเปลี่ยนกระบวนการ เช่น รายงานแสดงสถานะของสินค้าคงเหลือ เพื่อปรับยอดสินค้าคงเหลือ
ล3. หากท่านดำเนินธุรกิจร้านมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง ท่านเลือกที่จะนำสารสนเทศประเภทใดบ้างมาใช้ในธุรกิจ เพราะเหตุใด
                ตอบ ใช้ระบบสารสนเทศตามหน้าที่งาน เพราะเป็นการรองรับการทำงานของแผนกต่าง ๆ จำแนกความรับผิดชอบหน้าที่งานในองค์กร ทำให้ผู้ปฏิบัติงานรู้ถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง อีกทั้งช่วยสนับสนุนในด้านการจัดการงานประจำที่ทำซ้ำ ๆ กัน เช่น การเตรียมจ่ายเงินเดือนพนักงาน หรือการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า เป็นต้น

4. ระบบสารสนเทศถูกวางไว้ที่ตำแหน่งใดภายใต้โซ่คุณค่าขององค์กร จงอธิบาย
                ตอบ ระบบสารสนเทศจะช่วยสร้างคุณค่าให้กับสินค้าและบริการผ่านการดำเนินกิจกรรมย่อย เช่น การเสนอขายสินค้าและบริการที่แตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้า การเปิดธุรกิจบนเว็บไซต์ เพื่อเสนอขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้จากการขายอีกทางหนึ่ง

5. จงระบุถึงประโยชน์ที่องค์การจะได้รับภายใต้การใช้ระบบสารสนเทศที่ดี
               ตอบ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงาน เช่น มีการตรวจสอบกำลังการผลิตของเครื่องจักร การตรวจสอบคุณภาพของสินค้า มีการพัฒนาการตัดสินใจที่ดีขึ้น สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน เช่น การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและมีการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

6. จงอธิบายแนวโน้มของระบบสารสนเทศในอนาคต
                ตอบ  จะมีการมุ่งเน้นด้านการบูรณาการระบบสารสนเทศ โดยอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเว็บ อีกทั้งมีการพัฒนาระบบสารสนเทศบนเว็บที่มีต้นทุนต่ำ และยังเพิ่มขีดความสามารถของระบบเดิม ซึ่งใช้ในส่วนของการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศภายในองค์การและระหว่างองค์การ เพื่อบรรลุเป้าหมายการแพร่กระจายสารสนเทศไปทั่วโลก

7. ระบบสารสนเทศประเทศใด ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ในการเชื่อมโยงโซ่คุณค่าขององค์การเข้ากับโซ่คุณค่าขององค์การภายนอก
                ตอบ  ระบบสารสนเทศระหว่างองค์การ ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศระหว่าง 2 องค์การขึ้นไป เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของการประมวลผลธุรกรรม ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างองค์การ

8. จงอธิบายการเชื่อมโยงต่อระบบสารสนเทศระหว่างองค์การกับอีคอมเมิร์ช
                ตอบ ยกตัวอย่างเช่น การซื้อเครื่องใช้สำนักงานภายใต้ระบบมือกับระบบอีคอมเมิร์ช ซึ่งภายใต้การสั่งซื้อระบบมือ เจ้าหน้าที่จะต้องได้รับอนุมัติสำหรับการซื้อที่มีกำไร โดยจัดส่งใบขอซื้อไปยังแผนกจัดซื้อ หลังจากนั้นออกใบสั่งซื้ออย่างเป็นทางการ เมื่อเปรียบเทียบกับกระบวนการสั่งซื้อทางอีคอมเมิร์ชผู้สั่งซื้อจะตรงไปที่เว็บไซต์ของผู้ขาย และสั่งซื้อสินค้าตามที่ต้องการ ณ ระดับราคาที่กำหนดไว้

9. จงอธิบายการทำงานของคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่และลูกจ้างเคลื่อนที่
                ตอบ  คอมพิวเตอร์ คือ ตัวอย่างระบบคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบสำหรับลูกจ้างเคลื่อนที่ ซึ่งผู้ใช้มักเกิดความต้องการด้านการเชื่อมต่อเข้ากับระบบสารสนเทศขององค์การ โดยใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่

10. จงยกตัวอย่างระบบสารสนเทศบนเว็บที่มีการเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศอื่นมา 2 ตัวอย่าง
                ตอบ  1.อินเทอร์เน็ต คือ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ถูกนำมาใช้ทั่วโลก ผู้ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ๆ สามารถรับสารสนเทศจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ ซึ่งถือเป็นเครือข่ายสาธารณะ
                          2. เอกซ์ทราเน็ต ถูกเชื่อมต่อกับอินทราเน็ตผ่านทางอินเตอร์เน็ต สร้างรูปแบบเครือข่ายเสมือนจริงซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้ทางไกล สามารถเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตกับเอกซ์ทราเน็ตหลักขององค์กร มุ่งเน้นการใช้สารสนเทศร่วมกัน

ที่มา: รุจิจันทร์ พิริยะสงวนพงศ์. สารสนเทศทางธุรกิจ.




วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สรุปบทที่ 1 บทนำ

สรุปบทที่ 1 บทนำ


ความรู้ด้านธุรกิจ
    1. ธุรกิจ (Business) หมายถึง  กระบวนการของกิจการทางเศรษฐกิจที่สัมพันธ์เป็นระบบและอย่างต่อเนื่องในด้านการผลิต  การซื้อขายแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับสินค้าและบริการ  โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะได้กำไรหรือผลตอบแทนจากกิจกรรมนั้น
 รูปแบบขององค์กรธุรกิจที่ดำเนินอยู่ในวงการธุรกิจของประเทศไทย จำแนกรูปแบบได้ดังต่อไปนี้ 
         1. กิจการเจ้าของคนเดียว 
            2. ห้างหุ้นส่วน แยกออกเป็น 
                 2.1 ห้างหุ้นส่วนสามัญ 
                 2.2 ห้างหุ้นส่วนจำกัด
          3. บริษัทจำกัด
          4. รัฐวิสาหกิจ
     2.  ระบบสารสนเทศทางธุรกิจ (business information systems) เป็นระบบสารสนเทศที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนให้การดำเนินงานของธุรกิจให้ดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยถูกออกแบบและพัฒนาให้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ทางธุรกิจ ตลอดจนช่วยส่งเสริมให้ทั้งองค์การ สามารถประสานงานและใช้ข้อมูลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในระดับปฏิบัติงานและระดับบริหาร โดยเราสามารถจำแนกระบบสารสนเทศตามหน้าที่ทางธุรกิจตามหน้าที่ดังต่อไปนี้
1.  ระบบสารสนเทศด้านการบัญชี (accounting information system)
2.  ระบบสารสนเทศด้านการเงิน (financial information system)
3.  ระบบสารสนเทศด้านการตลาด (marketing information system)
4.  ระบบสารสนเทศด้านการผลิตและการดำเนินงาน (production and operations information system)
5.  ระบบสารสนเทศด้านทรัพยากรบุคคล (human resource information system)
ความรู้ด้านสารสนเทศ
1.ข้อมูล
        ข้อมูล (Data)   หมายถึง   ข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของสถานที่ ฯลฯ โดยอยู่ในรูปแบบที่ เหมาะสมต่อการสื่อสาร การแปลความหมายและการประมวลผล ซึ่งข้อมูลอาจจะ ได้มาจากการสังเกต การรวบรวม การวัด ข้อมูลเป็นได้ทั้งข้อมูลตัวเลขหรือสัญญลักษณ์ใด ๆ ที่สำคัญจะต้องมีความเป็นจริงและต่อเนื่องตัวอย่างของข้อมูล เช่น คะแนนสอบ ชือนักเรียน  เพศ  อายุ เป็นต้น  
2.สารสนเทศ
       สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลที่ได้ผ่านกระบวนการประมวลผลแล้ว อาจใช้วิธีง่าย ๆ  เช่น หาค่าเฉลี่ยหรือใช้เทคนิคขั้นสูง เช่น การวิจัยดำเนินงาน เป็นต้น เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพข้อมูลทั่วไปให้อยู่ในรูปแบบที่มีความสัมพันธ์หรือมีความเกี่ยวข้องกัน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจหรือตอบ ปัญหาต่าง ๆ ได้ สารสนเทศประกอบด้วยข้อมูลเอกสาร เสียง หรือรูปภาพต่าง ๆ แต่จัดเนื้อเรื่องให้อยู่ในรูปที่มีความหมาย  สารสนเทศไม่ใช่จำกัดเฉพาะเพียงตัวเลขเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  
3.ความรู้ 
       ความรู้ (Knowledge) จะประกอบด้วย ข้อมูลและสารสนเทศ ซึ่งถูกจัดโครงสร้างและประมวลผล เพื่อถ่ายโอนความเข้าใจ ประสบการณ์และการเรียนรู้ รวมทั้งความเชี่ยวชาญที่เก็บสะสมไว้ภายในฐานความรู้ซึ่งใช้แก้ปัญหาที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ 
คุณลักษณะของสารสนเทศที่ดี
1.สารสนเทศที่ดีต้องตรงกับกรณี ของผู้ที่ทำการตัดสินใจ
2.สารสนเทศที่ดีต้องทันเวลา (Just in Time : JIT) หรือทันต่อความต้องการ (Timely) ของผู้ใช้ หรือสามารถส่ง
ถึงผู้รับได้ในเวลาที่ผู้ใช้ต้องการ3. สารสนเทศที่ดีต้องมีความความถูกต้อง (Accurate) และไม่มีความผิดพลาด 4. สารสนเทศที่ดีต้องมีความสมบูรณ์ (Complete) บรรจุไปด้วยข้อเท็จจริงที่มีสำคัญครบถ้วน 5.สารสนเทศที่ดีต้องมีการสรุปสาระสำคัญ6.  สารสนเทศที่ดีต้องสามารถพิสูจน์ได้ (Verifiable) หรือตรวจสอบจากหลาย ๆ แหล่ง ได้ว่ามีความถูกต้อง 
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology)        ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึง อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมประมวล เก็บรักษา และเผยแพร่ข้อมูลและสารสนเทศโดยรวมทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ฐานข้อมูล และการสื่อสาร โทรคมนาคม
1.องค์ประกอบระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์

        - ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ได้แก่ อุปกรณ์ที่ช่วยในการป้อนข้อมูล ประมวลจัดเก็บ และ ผลิต เอาท์พุทออกมาในระบบสารสนเทศ

       - ซอฟต์แวร์ (Software) ได้แก่ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้ฮาร์ดแวร์ทำงาน

       - ฐานข้อมูล (Database) คือ การจัดระบบของแฟ้มข้อมูล ซึ่งเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน

       - เครือข่าย (Network) คือ การเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน และช่วยการติดต่อสื่อสาร
      - กระบวนการ (Procedure) ได้แก่ นโยบาย กลยุทธ์ วิธีการ และกฎระเบียบต่างๆ ในการใช้ระบบสารสนเทศ
    - คน (People) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในระบบสารสนเทศ ซึ่งได้แก่ บุคคลที่เกี่ยวข้องในระบบสารสนเทศ เช่น ผู้ออกแบบ ผู้พัฒนาระบบ ผู้ดูแลระบบ และผู้ใช้ระบบ
การใช้สารสนเทศในองค์กรธุรกิจ
1.กระบวนการทางธุรกิจ กระบวนการทางธุรกิจ คือ การรวมตัวของ 3 ส่วนประกอบ คือ 
   1.1 กระบวนการปฏิบัติการ
   1.2 กระบวนการจัดการ
   1.3 กระบวนการสารสนเทศ
2.แนวทางการใช้สารสนเทศทางธุรกิจ
    สำหรับแนวทางการใช้สารสนเทศทางธุรกิจทมีส่วนสัมพันธ์กับการดำเนินงานภายใต้กระบวนการทางธุรกิจ โดยจำแนกระดับของการใช้ข้อมูลและสารสนเทศได้ 2 ระดับ คือ
    2.1 ระดับปฏิบัติการ
    2.2 ระดับผู้บริหาร
3.สายงานด้านสารสนเทศ โดยสามารถจำแนกสายงานด้านสารสนเทศได้ ดังนี้
3.1 สายงานด้านสารสนเทศในแนวดิ่ง คือ สายงานที่เกิดจากระดับชั้นของการบริหารงานในองค์การ ซึ่งจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ
    3.1.1 การรายงานผลการปฏิบัติการ
    3.1.2 การงบประมาณและการสั่งการ
3.2 สายงานด้านสารสนเทศในแนวนอน คือ สายงานที่เกิดขึ้นจากการกระจายสารสนเทศไปยังส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจำแนกได้เป็น 2 ประเภทคือ
     3.2.1 การกระจายสารสนเทศภายในองค์การ
     3.2.2 การกระจายสารสนเทศไปยังองค์การภายนอก
สารสนเทศทางธุรกิจยุคโลกาภิวัตน์
         โลกาภิวัตน์ หมายถึง "การแพร่กระจายไปทั่วโลก; การที่ประชาคมโลกไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใด สามารถรับรู้ สัมพันธ์ หรือรับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว้างขวาง ซึ่งเนื่องมาจากการพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นต้น" โลกาภิวัตน์ เป็นคำศัพท์เฉพาะที่บัญญัติขึ้นเพื่อตอบสนองปรากฏการณ์ของสังคมโลกที่เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในส่วนหนึ่งของโลก ส่งผลกระทบอันรวดเร็วและสำคัญต่อส่วนอื่นๆของโลก
1.ระบบเศรษฐกิจ
      ระบบเศรษฐกิจภายใต้การดำเนินธุรกิจยุคโลกาภิวัตน์ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เศรษฐกิจยุคดิจิทัล หมายถีง เศรษฐกิจหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น อินเตอร์เน็ต อินทราเน็ต เครือข่ายมูลค่าเพิ่ม คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีอื่นๆ
2.การจัดองค์การ
       สำหรับการดำเนินธุรกิจในยุคโลกาภิวัตน์ จะปรากฏการจัดองค์การรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า องค์การดิจิทัล คือ องค์การที่มีการทำงานในหลากหลายมิติ โดยอาศัยความสามารถด้านดิจิทัลและสื่อดิจิทัล จัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยเฉพาะในส่วนที่ติดต่อกับลูกค้า
3.แบบจำลองธุรกิจ
      แบบจำลองธุรกิจ คือ วิธีการดำเนินธุรกิจ ที่ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างรายได้เพื่อค้ำจุนองค์การให้อยู่รอด แบบจำลองนี้จะอธิบายถึงวิธีการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าเต็มใจจ่ายค่าซื้อผลิตภัณฑ์ขององค์การ
4.เครือข่ายคอมพิวเตอร์
       เครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือ โครงสร้างพื้นฐานของอีคอมเมิร์ซ และอยู่ในรูปแบบของคอมพิวเตอร์แบบกระจาย โดยมีการเชื่อมต่อของระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น
5.โอกาสของผู้ประกอบการ
       โอกาสของผู้ประกอบการทางธุรกิจในยุคโลกาภิวัตน์ จะต้องใช้วิธีการโต้ตอบต่อแรงกดดันทางธุรกิจแบบใหม่ Turban et al. ได้กำหนดวิธีโต้ตอบหลักขององค์การไว้ 7 วิธี
       1.การจัดการเชิงกลยุทธ์
       2.จุดศูนย์รวมลูกค้า
       3.การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
       4.การปรับกระบวนการทางธุรกิจ
       5.นวัตกรรมด้านการผลิตตามคำสั่ง และการผลิตแบบสั่งทำในปริมาณมาก
       6.ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์และอีคอมเมิรซ
       7.พันธมิตรทางธุรกิจ


ที่มา: ผศ. รุจิจันทร์ พิริยะสงวนพงศ์





แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 1


แบบฝึกหัดบทที่ 1
1. จงเปรียบเทียบข้อแตกต่างของ ข้อมูล และ สารสนเทศ มาพอเข้าใจ
         ตอบ   ข้อมูลคือ เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นประจำวันในการดำเนินธุรกิจ เช่น การสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า เป็นต้น ข้อมูลอาจเป็นได้หลายชนิด เช่น ตัวเลข รูปภาพ รูปถ่าย หรือแม้กระทั่งเสียง
                    สารสนเทศ คือ ข้อมูลที่ผ่านกระบวนการเก็บรวบรวมและเรียบเรียงเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้
2. การจัดแบ่งหน้าที่งานทางธุรกิจมีความสัมพันธ์กับโครงสร้างองค์การอย่างไร
          ตอบ  การดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่จำดำเนินตามโครงสร้างองค์การของธุรกิจที่สะท้อนให้เห็นถึงอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของบุคคลากรในองค์การโดยมีการปฏิบัติตามกิจกรรมการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานที่มีส่วนช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ เพื่อให้เข้าใจรูปแบบของการจำแนกความแตกต่างของภาระงาน อำนาจหน้าที่รวมทั้งการรายงานภาระรับผิดชอบการจัดแบ่งหน้าที่งานทางธุรกิจจึงมีความสัมพันธ์จึงก่อให้เกิดโครงสร้างองค์การ
3. การลงทุนเพื่อจัดตั้งธุรกิจใหม่จะต้องดำเนินตามขั้นตอนอย่างไร
         ตอบ  กิจกรรมที่ 1 การจัดหาวัตถุดิบสินค้าหรือทรัพยากรอื่นๆ เพื่อใช้ในการผลิตสินค้าหรือบริการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
                   กิจกรรมที่ 2 การใช้ทรัพยากรเพื่อผลิตสินค้าหรือบริการนั้นๆ
                   กิจกรรมที่ 3 การขายตลอดจนการจัดจำหน่ายสินค้าและบริการต่อลูกค้า
                สรุปได้ว่า  ธุรกิจจะต้องมีการจัดตั้งและนำเงินมาลงทุนหรืออาจกู้ยืมเงินมาใช้สำหรับการจัดหาทรัพยากรทางธุรกิจซึ่งไว้สำหรับกิจกรรมการดำเนินงานทั้ง 3 กิจกรรมข้างต้น
4. จงเปรียบเทียบการประยุกต์ใช้ข้อมูลของระดับปฏิบัติการและระดับบริหาร
          ตอบ  ระดับปฏิบัติการ คือ การใช้ข้อมูลของธุรกิจภายใต้ระดับปฏิบัติการเปรียบเสมือนกระจกเงาที่คอยสอดส่องดูแลงานด้านต่างๆ เช่น การประมวลผลการบันทึกและการรายงานเหตุการณ์ทางธุรกิจ
                ระดับบริหาร คือ กระบวนการสารสนเทศจะเป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนกิจกรรมด้านการจัดการตลอดจนการตัดสินใจทางธุรกิจโดยสามารถจำแนกวิธีการที่ผู้จัดการหรือผู้บริหารนิยมใช้ประโยชน์จากสารสนเทศทางธุรกิจดังนี้
                วิธีที่ 1 ให้ติดตามการปฏิบัติงานในปัจจุบัน
                วิธีที่ 2 ใช้สร้างความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัท
5. ผู้บริหารของบริษัทได้รับทราบงบการเงินในช่วงเวลาที่ต้องการตัดสินใจแต่ข้อมูลในงบการเงินนั้นมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยจะมีผลต่อมูลค่าของสารสเทศที่ผู้บริหารได้รับคือ
          ตอบ สารสนเทศจัดเป็นทรัพยากรที่สำคัญของธุรกิจแต่ถ้าหากข้อมูลงบการเงินนั้นมีข้อผิดพลาดไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็จะมีผลต่อมูลค่าของสารสนเทศคือ การวิเคราะห์ถึงสถานการณ์การช่วยลดความไม่แน่นอนในการตัดสินใจและส่งผลต่อการกำหนดนโยบายสินเชื่อในอนาคตทำให้เกิดมูลค่าของสารสนเทศที่จัดได้อยู่ในระดับต่ำยังมีความสำคัญต่อการอยู่รอดของธุรกิจ
6. กรณีที่ผู้บริหารในระดับควบคุมปฏิบัติการได้รับสารสนเทศที่มีรายละเอียดไม่พอต่อการตัดสินใจอาจก่อให้เกิดผลกระทบคือ
          ตอบ ในระดับปฏิบัติการต้องดูแลงานด้านต่างๆเช่น การประมวลผล การบันทึกและการรายงานเหตุการณทางธรกิจและทำให้เกิดการลังเลใจในการตัดสินใจแล้วเกิดการล่าช้าในการตัดสินใจอาจก่อให้เกิดการเสียโอกาสและอาจทำให้เสียลูกค้า
7. การสั่งการของผู้บริหารระดับสูงในเรื่องนโยบายเงินปันผลต่อผู้บริหารระดับกลางให้ควบคุมการจ่ายเงินปันผลแก่พนักงานทุกคนคือเป็นสายงานด้านสารสนเทศในลักษณะใด
          ตอบ เป็นสายงานด้านสารสนเทศในแนวนอนซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มผู้ที่ส่วนได้เสีย
8. จงยกตัวอย่างโครงสร้างกระบวนการทางธุรกิจของบริษัทบริการโทรศัพท์มือถือ
          ตอบ  โครงสร้างกระบวนการธุรกิจมือถือมีรายละเอียดดังนี้
                1. กระบวนการปฏิบัติการ
                2. กระบวนการจัดการ
                3. กระบวนการสารสนเทศ
9. องค์การดิจิทัลมีความแตกต่างกับองค์การธุรกิจทั่วไปอย่างไร
         ตอบ องค์การดิจิทัลจะเป็นการทำงานที่หลากหลายมิติโดยอาศัยความสามารถของดิจิทัลซึ่งแตกต่างกับองค์การ
                  ธุรกิจทั่วไปคือ องค์การธุรกิจทั่วไปจะอาศัยเพียงแต่คนเข้ามาทำงานและทำงานได้ช้ากว่าองค์การดิจิทัลความถูกต้องแม่นยำก็มีน้อยกว่า
10. องค์การควนดำเนินการอย่างไรเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขันทางธุรกิจ
        ตอบ  ต้องมีการกำหนดวิธีโต้ตอบหลัก 7 วิธี
                1. การจัดการเชิงกลยุทธ์
                2. จุดศูนย์รวมลูกค้า
                3. การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
                4. การปรับกระบวนการทางดุลการค้า
                5. นวัตกรรมด้านการผลิต
                6. ธุรกิจอิเลกทรอนิคส์และอีคอมเมิร์ช
                7. พันธมิตรทางธุรกิจ
ที่มา ผศ. รุจิจันทร์ พิริยะสงวนพงศ์

วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555

พอเพียงกับเพียงพอต่างกันอย่างไร

งานที่ 3 เรื่่องพอเพียงกับเพียงพอ

 พอเพียงกับเพียงพอ แตกต่างกันอย่างไร
            
              คำว่า พอเพียง และ เพียงพอ มีความหมายต่างกัน ถึงแม้จะดูคล้ายกันมาก เนื่องจากประกอบด้วยหน่วยคำ พอกับ เพียง เหมือนกัน.
           
             คำว่า พอเพียง หมายถึง เต็มที่ตามต้องการ ไม่มากไม่น้อยเกินไป ไม่ขาดแคลน. ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า sufficient เช่น เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ มีหลักการคือ รู้จักพออยู่พอกิน และพอเพียงในทุกเรื่อง. การชลประทานทำให้เรือกสวนไร่นามีน้ำอย่างพอเพียง.
          
            ส่วนคำว่า เพียงพอ หมายถึง พอมีแค่ที่กะไว้ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า enough เช่น โรงพยาบาลนี้มีหมอไม่เพียงพอ คนไข้จึงต้องรอนานหลายชั่วโมงกว่าจะได้ตรวจ. ครอบครัวของเขาลำบากมากเพราะรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย. คำว่า เพียงพอ อาจใช้คำว่า พอแทนได้
         
            สรุปก็คือ พอเพียง เน้นความพอดี ความไม่ขัดสน และไม่ฟุ้งเฟ้อ แต่ เพียงพอ เน้นความจำเป็น หรือความต้องมีตามระดับที่กำหนดไว้ตามความจำเป็น

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

งานที่2 กรณีศึกษา

กรณีศึกษา การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารงานร้านไอศครีม Iberry
ตอบคำถาม
1. ประโยชน์ที่ร้านไอศครีม Iberry นำไอทีเข้ามาช่วยการบริหารงาน นอกจากการแก้ปัญหาข้างต้นแล้ว ท่านคิดว่าทางร้านยังได้รับประโยชน์ใดได้บ้าง
       ตอบ ทำให้ร้านดูทันสมัย มีความปลอดภัยมากขึ้น สามารถทำงานได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ทำให้การบริการเกิดความพึงพอใจแก่ลูกค้า ที่ทางร้านได้ใช้ซอฟแวร์ Kiosque เข้ามาช่วยในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการขายได้แล้ว ยังมีประโยนช์ด้านการตรวจเช็คสินค้าคงเหลือ ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ไปการลงเวลาการทำงานของพนักงาน เช็คเงินแต่ละวัน และที่ทางร้านได้ติดกล้องวงจรปิดภายในร้าน นอกจากทางร้านจะได้รับประโยช์แล้ว ลูกค้าที่มาใช้บริการก้ยังได้รับประโยชน์ด้วยสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า


2. ท่านคิดว่าในอนาคตร้านไอศครีม Iberry สามารถนำไอทีเข้ามาช่วยงานใดอีกได้บ้าง
        ตอบ สามาถนำไอทีเข้ามาช่วยงานในด้าน 
1. ด้านการขาย ทางร้านอาจจะนำระบบ อินเทอร์เน็ต ในการทำเวปไซด์ ของกิจการร้านเพื่อทำให้ ผู้บริโภคได้รู้จัก ร้านไอศครีม Iberry มากยิ่งขึ้น
2.ด้านการสื่อสารกับลูกค้า ผ่านอินเตอร์เน็ต โทรศัพท์
3.ด้านการเงิน ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่สะดวกรวดเร็ว และถูกต้องโดยการใช้คอมพิวเตอร์
4.เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน
5.เพิ่มผลผลิต
6.เพิ่มคุณภาพด้านการบริการลูกค้า


3.จากแนวคิดการนำไอทีมาใช้แก้ปัญหาของผู้บริหารร้านไอศครีม Iberry นั้น ท่านคิดว่าสามารถนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจใดได้บ้าง จงอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ
      ตอบ ใช้กับธุรกิจ ร้านขายไม้ดอกและไม้ประดับ
1. ใช้ระบบเซนเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิอากาศ และควบคุมระบบการปล่อยน้ำลดต้นไม้
2. นำเอาระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ด้วยระบบ Network Camera เข้ามาใช้ภายในร้าน ทำให้สามารถบันทึกภาพและเหตุการณ์ภายในร้านได้ตลอดเวลา และทราบถึง สภาพของต้นไม้ ที่เราเลี้ยงไว้ขายอีกด้วย
3. ใช้ระบบ Internet เข้ามามีบทบาทในการโปรโมทร้าน เพื่อทำให้บุคคล หรือผู้ที่สนใจ ได้รู้จัก ร้านขายไม้ดอกไม้ประดับ ดีมากยิ่งขึ้น และเขียน Forum เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความสนใจ ในพันธ์ ไม้ ต่างๆ ในแวดวงธุรกิจเดียวกัน
4. ใช้ระบบ เครื่องข่าย Network หรือ Internet ในการสั่งซื้อหรือจัดจำหน่าย และใช้ระบบ GPRS

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แบบฝึกหัดครั้งที่ 1

ข้อ 1 ระบบสารสนเทศคืออะไร
          ตอบ  ระบบสารสนเทศ (Information System ) หมายถึง ระบบที่มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการรวบรวม จัดเก็บ หรือจัดการกับข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ข้อมุลนั้นกลายเป็นสารสนเทศที่ดี สามารถนำไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้ในเวลาอันรวดเร็วและถูกต้อง 
 ที่มา   http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/bangkok/pichai_l/it01/itsystem.htm 

ข้อ 2 การนำระบบสารสนเทศมาใช้ในองค์กร
         ตอบ การนำระบบสนเทศมาใช้ในองค์กร ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรมากมาย ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
          1. ทำให้ผู้บริหารมีสารสนเทศ(Information)มาช่วยในการตัดสินใจ การวิเคราะห์ การจัดการ และการควบคุมที่ดีขึ้น
          2.ทำให้ผู้บริหารสามารถจัดการการงานที่มีประสิทธิภาพขึ้น ด้วยการเสริมทางด้านการติดต่อสื่อสารที่สะดวกรวดเร็ว
          3.ทรัพยากรสารสนเทศมีความสำคัญมากขึ้น และถือเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเช่นเดียวกับทรัพยากรด้านอื่นๆ ดังนั้นการจัดสรรงบประมาณการจัดซื้อหรือหรือหามาซึ่งทรัพยากรสารสนเทศถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ของ
องค์กร
         4.ผู้บริหารทุกคนถือว่ามีส่วนสำคัญในการจัดการ และการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรสารสนเทศ
         5. ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง วัฒนธรรม และอิทธิพลทางการเมืองในองค์กรหน่วยงานสารสนเทศหรือหน่วยงานทีมีส่วนในการเก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลจะมีความสำคัญมากขึ้นในองค์กร ที่มา http://pirun.kps.ku.ac.th/~b5128090/dex16.html

ข้อ 3 การพัฒนาและการใช้ระบบสารสนเทศ
ตอบ วิธีการพัฒนาระบบสารสนเทศ
1)  การพัฒนาระบบงานแบบดั้งเดิม (Traditional SDLC Methodology) เป็นการพัฒนาระบบสารสนเทศตามวงจรการพัฒนาระบบที่มีขั้นตอนที่แน่นอน วิธีนี้เป็นวิธีเก่าแก่ที่สุดและนิยมเรียกย่อๆ ว่า SDLC
2)  การสร้างต้นแบบ (Prototyping) เป็นการสร้างระบบต้นแบบขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้ทดลองใช้งานซึ่งนอกจากผู้ใช้จะได้แนวคิดเกี่ยวกับสารสนเทศที่ต้องการแล้วยังช่วยให้มองเห็นภาพของระบบที่จะพัฒนาได้ชัดเจนขึ้น
การพัฒนาระบบโดยใช้ตนแบบแบงออกเป็น 4 ขั้นตอน
ขั้นที่ 1 :  ระบุความต้องการเบื้องต้นของผู้ใช้
ขั้นที่ 2 :  พัฒนาต้นแบบเริ่มแรก
ขั้นที่ 3 :  นำต้นแบบมาใช้
ขั้นที่ 4 :  ปรับปรุงแก้ไขต้นแบบ
3)  การพัฒนาระบบโดยผู้ใช้ (End-user Development)
4)  การใช้บริการจากแหล่งภายนอก (Outsourcing) เนื่องจากองค์การไม่มีบุคลากรที่มีทักษะความชำนาญ การจ้างหน่วยงานหรือบริษัทภายนอกที่มีความชำนาญด้านนี้มาทำการพัฒนาระบบให้ ซึ่งการทำสัญญาจ้างให้หน่วยงานภายนอกมาทำงานเกี่ยวกับการดำเนินงานของฝ่ายคอมพิวเตอร์นี้เรียกว่า IT Outsourcing ในที่นี้จะเรียกสั้นๆ ว่า Outsourcing
5)  การใช้ซอฟแวร์สำเร็จรูปประยุกต์ (Application Software Package) เป็นทางเลือกหนึ่งในการพัฒนา เช่น ระบบงานเงินเดือน ระบบบัญชีลูกหนี้ หรือระบบควบคุมสินค้าคลคลัง หากซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสามารถสนองต่อความต้องการระบบงานขององค์การได้ องค์การก้ไม่จำเป็นต้องพัฒนาขึ้นเอง เนื่องจากโปรแกรมสำเร็จรูปได้รับการออกแบบและผ่านการทดสอบแล้ว จึงช่วยลดค่าใช่จ่ายและเวลาในการพัฒนาระบบใหม่และยังช่วยให้การทดสอบ การติดตั้ง และการบำรุงรักษาระบบเป็นไปได้ง่ายขึ้น
การพัฒนาระบบแบบออบเจ็กต์ (Object-Oriented Methodology)
            ประกอบด้วยกลุ่มของวัตถุ (Class of Objects) ซึ่งทำงานร่วมกัน มีการจัดกลุ่มของข้อมูลและพฤติกรรมหรือฟังก์ชันที่กระทำกับข้อมูลนั้นเป็นกลุ่มๆ ในรูปของออบเจ็กต์ เนื่องจากออบเจ็กต์มีคุณสมบัติในการนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reusability) การพัฒนาโปรแกรมแบบออบเจ็กต์จึงใช้เวลาในการพัฒนาน้อยกว่าวิธีอื่น
การพัฒนาระบบงานประยุกต์แบบรวดเร็ว (Rapid Application Development) เป็นขั้นตอนในการพัฒนาระบบที่ใช้ระยะเวลาในการพัฒนารวดเร็วกว่าและคุณภาพดีกว่าวิธีพัฒนาระบบงานแบบดั้งเดิม  โดยมีการนำเครื่องมือซอฟต์แวร์มาช่วยในการพัฒนาระบบซึ่งมีขั้นตอนในการพัฒนาระบบอยู่ 4 ขั้นตอนคือ
1)  การกำหนดความต้องการ
2)  การออกแบบโดยผู้ใช้
3)  การสร้างระบบ
4)  การเปลี่ยนระบบหรือใช้ระบบ
ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศให้ประสบความสำเร็จ
1)  การสนับสนุนจากฝ่ายบริหาร
2)  การกำหนดขอบเขตและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
3)  ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ของทีมพัฒนาระบบ
4)  การเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม
5)  การบริหารโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
      ที่มา http://thailocal.nso.go.th/nso-cms/itdevelop.html?start=3

ข้อ 4 ระบบสารสนเทศ(IS) ต่างกับเทคโนโลยีสารสนเทศ(IT)อย่างไร
            ตอบ สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข่าวสารที่ได้จากการนำ ข้อมูลดิบ (raw data) มาคำนวณทางสถิติหรือประมวลผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งข่าวสารที่ได้ออกมานั้นจะอยู่ในรูปที่สามารถนำไปใช้งานได้ทันทีในส่วนของ เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หมายถึงกระบวนการต่างๆ และระบบงานที่ช่วยให้ได้สารสนเทศที่ต้องการโดยจะรวมถึง
เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้สำนักงาน อุปกรณ์คมนาคมต่างๆ รวมทั้งซอฟต์แวร์ทั้งระบบสำเร็จรูปและพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะด้านกระบวนการในการนำอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ข้างต้นมาใช้งาน รวบรวมข้อมูล จัดเก็บประมวลผล และแสดงผลลัพธ์เป็นสารสนเทศในรูปแบบต่างๆ  ที่มา http://cptd.chandra.ac.th/selfstud/it4life/tech.htm

ข้อ 5 จะเรียนอะไรในวิชา ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ

  • ตอบ 1.ข้อมูล, สารสนเทศ และการจัดการ
  • 2.แนวคิดของระบบและการทำตัวแบบ
  • 3.ประเภทของระบบ
  • 4.ประสิทธิภาพของระบบ
  • 5.การทำตัวแบบของระบบ
  • 6.ความหมายและบทบาทของระบบสารสนเทศ
  • 7.ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศ
  • 8.ระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ (Computer-Based Information Systems : CBIS)
  • 9.ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหาร
  • 10.บทบาทของการจัดการในองค์กร 
  • ที่มา http://irrigation.rid.go.th/rid15/ppn/Knowledge/Management%20Information%20Systems/mis2.htm
  • ชื่อนางสาววิภาดา  พูลสระคู สาขา บกว.4/1